เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู
 

 

 

[EKP] Chapter 03 : เรื่องราวของชายทะเลที่สั่นไหว

#3  No.5  Aoki Kazuki

“มีเด็กหลายคนหายตัวไปจากเมืองนี้ที่ใกล้ๆชายป่า”

เป็นข่าวลือแปลกๆที่โด่งดังในขณะนี้   ใช่...ดัง จนขนาดยูมิที่เอาแต่กินๆนอนๆไปวันๆก็ยังรู้เรื่อง…

 

            ผมไม่แน่ใจว่า ใครเป็นคนเริ่มต้นเรื่องนี้ แต่ในวันหนึ่งที่อากาศยังคงร้อนอบอ้าว กับสมาชิกในกลุ่ม Unmeimedan ที่พร้อมใจกันมาเปิดแอร์นั่งเล่นอยู่ที่ฐาน...ใช่ ตอนนี้บ้านของผม กลายเป็นที่ๆเรียกว่า ฐาน สำหรับทุกๆคนไปแล้ว...  ตัวผมที่นั่งเอนหลังบนโซฟาตัวโปรดพลางอ่านนิยายโป...ประวัติศาสตร์ ถึงกับต้องวางหนังสือลงเมื่อใครสักคนหนึ่งพูดขึ้น

 

           “ถ้าเราหาเบาะแสเรื่องที่เด็กพวกนั้นหายตัวไปเจอ จะได้รางวัลจากทางตำรวจรึเปล่านะ?”

“ต้องได้สิ รางวัลเนี่ย หมายถึงเงินสินะ”

“เอ๋  หมายความว่า พวกเราจะสามารถกินเนื้อราคาแพงได้ใช่ไหม เบื่อกับอาหารลดราคาพวกนี้จะแย่แล้ว”

“นั่นสิๆ  ก็คาคุงน่ะ งกจะตาย นู่นก็ให้ประหยัด นี่ก็ซื้อไม่ได้”

 

ผมมั่นใจว่า นั่นต้องเป็นเสียงเรย์แน่ๆ  แต่เดี๋ยวก่อนนะ...ไอ้ที่ผมบอกให้ประหยัด ก็เพราะเธอเอาเงินกองกลางไปซื้อกระเป๋ากับรองเท้าแบรนด์เนมจนหมดไม่ใช่หรือไง

 

ยังไม่ทันที่ผมจะเถียงอะไรออกไป เสียงของนางฟ้าประจำกลุ่มก็ดังขึ้นแทรก

“ฉันว่า ก็เป็นความคิดที่ดีนะ ถ้าเราได้เงินก้อนนี้มา  ก็จะได้ไม่ต้องรบกวนคุณคาซึกิมากยังไงล่ะ เนอะโนริ”

“...............”

นี่แหละ ไอจังของผม  อ๊ะ แต่จะพูดให้หมอนั่นได้ยินไม่ได้หรอกนะ  ดูทำหน้าเข้าสิ  นี่ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่ไอจังพูดชื่อของผม  เจ้านั่นก็ไม่พอใจซะแล้ว

ผมยิ้มขำกับท่าทางหึงหวงเกินพอดีของโนริแล้วเอ่ยด้วยเสียงออดอ้อนที่ผมจงใจทำเต็มที่

“ไอจังเนี่ย ใจดีจังเลยนะครับ เข้าใจความลำบากของผมด้วย น่ารักที่สุดเลย”

“น่าขยะแขยง หื่นกาม” นั่นไม่ใช่เสียงจากโนริ แต่เป็นคากามิจังที่นั่งอ่านนิตยสารอยู่ข้างๆไอต่างหาก เธอเบ้ปากใส่ผมพลางจ้องมองมาด้วยสายตาไม่พอใจเช่นทุกครั้ง

“ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ!!!” แย้งไปเหมือนทุกที  ท่าทางเธอก็เหมือนทุกที  ใช่  หันหน้าหนีผมอีกแล้ว  ทำไมกันล่ะ?

“งั้นสรุปว่า  ไม่มีใครคัดค้านสินะคะ”ยูมิยืนขึ้น ก่อนจะกวาดสายตาสีดำสนิทไปยังสมาชิกกลุ่มทุกคน  ไม่มีใครคัดค้าน อาจจะเพราะทุกคนตระหนักในความขัดสนทางการเงินของกลุ่มเป็นอย่างดีล่ะมั้ง

“ถ้าอย่างนั้นขอให้ทุกคนแยกกันไปหาเบาะแสเพิ่มเติมจากที่ต่างๆในเมืองนะคะ  แล้วกลับมาเจอกันตอนเย็น”ผมคิดว่า บางทียูมิ ก็เหมาะกับการเป็นหัวหน้ากลุ่มน่ะนะ  อย่างเช่น...ในเวลาที่เธอได้ยินคำว่า เงิน น่ะ...

ทุกคนแยกกันไปตามสถานที่ที่แต่ละคนเลือก  ซึ่งแน่นอนว่าที่ที่ผมเลือกนั่นก็คือ…

ทะเล…



ร้านอาหารที่ผมมากับพวกสาวๆวันนี้ก็ยังคึกคักเช่นเคย น้ำสัปปะรดเย็นๆถูกจัดวางอยู่ตรงหน้านั้นพร่องไปกว่าครึ่งแก้ว  เสียงหัวเราะคิกคักของสาวๆที่คุยกันอย่างสนุกสนาน ผิวสัมผัสนุ่มนิ่มที่แนบอยู่ที่แขนทั้งสองข้างของผม กลิ่นหอมจากน้ำหอมเกรดสูงที่ฟุ้งกระจายเหล่านั้น  แต่ว่า...ทำไมกันนะ...

“แล้วก็น้า...คิกๆ  นี่ คาคุง  คาคุง ฟังอยู่หรือเปล่า...” หญิงสาวผมลอนสีน้ำตาลอ่อน ในชุดบิกินี่สีขาวช้อนสายตาขึ้นมามองผม

“เอ๋!?  อ๋า  อะไรนะครับ”

“โธ่ คาคุงอะ  ฟังเค้าด้วยสิ” เธอแนบหน้าอกคัพโตมาที่แขนของผมแน่นขึ้น...จากการคำนวณของผมแล้วน่าจะถึงคัพจี เห็นจะได้...

“นั่นสิๆ  เหม่อแบบนี้ ไม่สมเป็นคาคุงเลยนะ” สาวน้อยตัวเล็กอีกคนในชุดวันพีชน่ารักช่วยเสริม

“ไม่สมเป็นผม...หรอครับ” ผมทวนคำช้าๆ ก่อนจะตัดสินใจดันเก้าอี้ออกแล้วลุกขึ้นยืน  วางธนบัตรค่าใหญ่ไว้ที่โต๊ะนั้น

“เหมือนผมจะนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ  ขอตัวก่อนนะครับ ถ้ายังไง มื้อนี้ผมเลี้ยงเองครับ” ผมพรายรอยยิ้มที่มัดใจสาวๆได้เสมอ พวกเธอรั้งผมเล็กน้อย  ถ้าเป็นตามปกติ ผมคงใช้เวลาอยู่กับพวกเธอต่อจนตะวันตกดินแล้วแท้ๆ

เมื่อพ้นมาจากร้านอาหาร รอยยิ้มที่ปั้นแต่งนั้นก็จางหายไปจากใบหน้าของผม

ไม่ได้ข่าวอะไรเพิ่มเติมเลย  แค่มีผู้คนมาทานอาหารกันตามปกติ

ที่สำคัญไม่เหมือนกัน...ไม่เหมือนกันเลย ทำไมผมถึงไม่รู้สึกสนุกเหมือนเวลาอยู่กับ กลุ่ม Unmeimedan นะ

โดยเฉพาะไม่เหมือนกับเธอคนนั้นที่เข้าถึงได้ยาก

เธอที่ไม่เคยยิ้มให้ผมเลยสักครั้งคนนั้น

แต่...ทำไมอยู่ๆผมถึงได้ยิ้มขึ้นมากันล่ะ?

 

ผมกวาดสายตาสีฟ้าไปรอบๆ เพื่อสำรวจบริเวณทะเลอีกครั้ง แล้วก็นึกขึ้นมาได้  ใช่แล้ว  ถ้ำที่อยู่เกือบสุดปลายของชายหาด  ได้ข่าวว่าไม่ค่อยมีใครเข้าไปที่นั่น  แต่ว่า...น่าจะได้เจอเบาะแสที่น่าสนใจ...ไม่ใช่หรอ

ผมลากขาที่สวมรองเท้าแตะไปตามชายหาดอย่างไม่เร่งรีบนัก  มีสาวๆแวะมาทักทายผมบ้างตามทาง  เธอชวนให้ผมไปเล่นน้ำกับพวกเธอ ผมขยับยิ้มพรายและปฏิเสธอย่างสุภาพที่สุด

“วันหลังห้ามเบี้ยวนะ คาคุง” พวกเธอทิ้งท้ายไว้เป็นเชิงหยอก ผมพยักหน้ารับเล็กๆและปลีกตัวออกมา

ยิ่งเข้าใกล้ถ้ำมากเท่าไหร่  ฝูงชนก็บางตาลงเท่านั้น  จนในที่สุด ที่ตรงนั้นก็เหลือแค่ผมเพียงคนเดียว

ถ้ำขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ตรงหน้าผม แม้จะพยายามสอดส่ายสายตาเข้าไปเท่าไร ก็พบเพียงความมืดเท่านั้น  ผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วก้าวเข้าไปภายในถ้ำ

สีดำ...

ดวงตาสีฟ้ากระจ่างของผมมองเห็นเพียงสีดำสนิทเท่านั้น ยิ่งก้าวเข้าไปลึกมากขึ้นเท่าไหร่ ก็เหมือนว่าความมืดนั้นจะกลืนกินตัวผมเข้าไปจนหมด ผมควานเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบไอโฟนขึ้นมาเปิดไฟ  ทว่า แสงสว่างเพียงน้อยนิดไม่ได้ช่วยอะไรผมเลย ท่าทางผมจะพลาดเสียแล้วที่ไม่ได้เตรียมตัวมาให้ดี  ผมก้าวต่อไปในความมืดแล้วก็รู้สึกว่าเหยียบถูกอะไรบางอย่าง  มันดีดดิ้นอยู่ใต้ร้องเท้าผม  ส่งเสียงร้องแหลมเล็กเหมือนจะเจ็บปวด

ไฟจากไอโฟนฉายไปที่บริเวณนั้นทันที

เป็นลูกค้างคาวนั้นเอง  ผมรีบยกเท้าออก พึมพำขอโทษแผ่วเบา  แต่เหมือนจะไม่ทันการ  เสียงร้องของพรรคพวกค้างคาวค่อยๆกังวานขึ้น ราวกับต้องการขับไล่ผมที่เข้ามาบุกรุกและทำร้ายพวกพ้องของมัน  ดวงตาสีแดงที่วาวโรจน์ขึ้น แสดงให้เห็นว่า พวกมันลืมตาตื่น  และเตือนว่า ผมไม่ควรอยู่ที่นี่อีกต่อไป

ผมพึมพำขอโทษอีกครั้ง และหมุนตัวกลับมายังทางที่เข้ามานั่นทันที

 

เท้าหยุดลงเมื่อมาถึงปากถ้ำ  ผมหอบหายใจเล็กๆ แล้วเดินกลับไปทางชายหาดด้วยความผิดหวัง พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนนั่งอยู่บริเวณท่าเรือ

เอาล่ะ นี่เป็นเบาะแสสุดท้ายของที่นี่แล้ว

ผมก้าวไปหาร่างนั้นอย่างไม่ลังเล

“สวัสดีครับ คุณลุง คือว่า...”

“ปลาที่นี่น่ะ ตัวใหญ่นะ...การจะตกปลาน่ะ ต้องใจเย็นๆ  รอเวลา...”ชายวันกลางคนพูดขึ้น ขณะนั่งมองเบ็ดตกปลาที่วางล่อปลาอยู่ข้างๆตัวเขา

ผมกระพริบตามองเขา แล้วถามออกไปอีกครั้ง

“คือ พอจะทราบถึงเรื่องเด็กที่หาย...”

“ชู่วววว  ฟังสิ  เสียงคลื่นทะเลน่ะ  เห็นมันสงบๆแบบนี้  แต่ข้างใต้น่ะ กำลังปั่นป่วนน่าดูเลยล่ะนะ”

เอ่อ  คือว่า ตกลงว่า ผมเป็นคนเข้าใจอะไรยาก หรือเป็นลุงที่พูดไม่รู้เรื่องกันน่ะครับ...???

ผมขมวดคิ้ว ยืนรออยู่ตรงนั้น นาน...นานจะท้องฟ้าสีครามยามบ่ายเปลี่ยนเป็นสีส้ม คุณลุงถึงได้เริ่มขยับตัว

เบ็ดที่วางไว้เริ่มสั่น คุณลุงคว้าเบ็ดนั้นแล้วดึงขึ้นมาสุดแรง  ปลาตัวใหญ่นอนดิ้นอยู่บนพื้นท่าเรือ คุณลุงดึงปลาออกแล้วยื่นมันให้กับผม พร้อมกับปลาอีกตัว

“ทะเลเนี่ย...ดีนะ...”

เขาว่าเช่นนั้นแล้วหันกลับไปตกปลาต่อ ผมมองปลาตัวใหญ่สองตัวในมือตาปริบๆ  ก่อนจะแบกขึ้นหลังอย่างงงๆ

อืม...อาหารเย็นวันนี้เป็นปลาดิบดีไหมนะ...ทุกคนน่าจะชอบนะ…






ผลสำรวจ

 

ทะเล :

     "มีคนไปเที่ยวทะเล ไม่เจออะไรเพิ่มเติม"

ร้านอาหาร :

   "ก็มีแต่คนมากินอาหารน่ะสิ..."

ถ้ำ :

  "ถ้ำมืดมากจนเผลอไปเหยียบอะไรเข้า พอยกเท้าออกก็พบว่าเป็นลูกค้างคาว ระวังแม่เขามาทวงคืนนะ"

ท่าเรือ :

  "คุณลุงให้ปลาที่จับเกินมาสองสามตัว ไม่ได้รับรู้ถึงข่าวในเมือง"

 

**********************************************
 
คาคุงเริ่มเปลี่ยนไปแล้ววว จะเป็นยังไงต่อไปน้าาาา