เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู
 

 

 

 

ถ้าผมไม่ทำแบบนั้นในตอนนั้น  โชคชะตาของผมจะเปลี่ยนแปลงไปไหมนะ...???  

 

 

วันนี้ก็เหมือนที่ผ่านๆมา  ไม่มีอะไรแตกต่าง  ไม่มีอะไรแปลกใหม่  มันน่าเบื่อเกินไปจนผมทนที่จะนั่งอุดอู้อยู่ในบ้านไม่ได้ ผมหันไปคว้ากระเป๋าใบโปรด ใส่รองเท้าคู่เก่ง แล้วเปิดประตูออกไป ได้ยินเสียงประท้วงเบาๆดังมาจากกระเป๋ากางเกง  ผมขยับยิ้มเล็กน้อย  ไม่ได้เอ่ยอะไรตอบไป...

            ผมก้าวเท้าอย่างไร้จุดหมายไปเรื่อยๆ  สมองครุ่นคิดว่า จะทำอะไรดี  ห้างหรือ? ไม่ล่ะ ผมเบื่อเต็มทีกับอากาศสังเคราะห์จากเครื่องปรับอากาศ  และผมยังไม่รู้สึกหิวเท่าไรนัก...อ่า...หนังสือเล่มใหม่ผมก็เพิ่งซื้อไป จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปร้านหนังสือ  บางทีผมว่า สวนสาธารณะอาจจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม  ถึงบ่ายๆแบบนี้แดดจะแรงไปบ้าง  แต่ถ้าได้นั่งใต้ร่มไม้ พลางอ่านนิยายปะ...ผมหมายถึง  นิยายประวัติศาสตร์เงียบๆ ก็ดีเหมือนกัน...

            จะว่าไป...วันนี้คนในสวนดูบางตากว่าปกตินะ...ถึงจะแอบหวังว่า  จะได้เจอกับสาวน้อยน่ารักๆในเดรสสีขาวกับหมวกฟางใบโตก็เถอะ  แล้วถ้าลมพัดแรงๆจนกระโปรงเปิ...ผมหมายถึง หมวกปลิวไป ผมจะได้ไปช่วยเก็บแล้วอาศัยโอกาสทำความรู้จักเสียเลยคงจะดีไม่น้อย ระหว่างที่คิดอยู่นั้น ผมก็เหลือบไปเห็นเป้าหมาย...เอ่อ หมายถึง กลุ่มสาวน้อยน่ารักๆ แต่นั่นแปลกๆนะ  สีหน้าแต่ละคนดูเป็นกังวล...เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่านะ  ไม่ได้แล้ว  สุภาพบุรุษอย่างผมจะปล่อยให้สาวน้อยเหล่านั้นจมอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ได้อย่างไร

           “สวัสดีครับ” ผมส่งยิ้มทักทายไป รอยยิ้มที่สาวๆต้องละลายทุกครั้งที่ได้เห็น แต่ดูสิ ผมได้อะไรกลับมา  สายตาเรียบนิ่งกึ่งๆจิกกัดแสดงความไม่ไว้วางใจจากเด็กสาวผมยาวสีน้ำตาลแดง  สายตาสงสัยปนกลัวๆจากเด็กสาวผมสั้นสีดำข้างๆกัน และ...รอยยิ้มกว้างสดใสจากเด็กสาวตัวเล็ก เธอดูเป็นมิตรมากที่สุดในบรรดาทั้งสาม

 

          “หวัดดีจ้า” เธอเป็นคนเดียวที่ทักผมตอบด้วย

            “ผมชื่อ อาโอกิ คาซึกิ ครับ พอดีผมผ่านมาแถวนี้และเห็นพวกคุณดูท่าทางกังวลแปลกๆ ผมเลยสงสัยว่า มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้หรือเปล่า”

            “พวกขี้หลี” เด็กสาวผมยาวสีน้ำตาลแดงพึมพำ ผมเลิกคิ้วขึ้น ดูท่าทางสาวน้อยคนนี้จะไม่ค่อยชอบผมนัก

            “โธ่ คากามิจัง” เด็กสาวที่ดูเป็นมิตรที่สุดเอ่ยขึ้น “ฉัน ชื่อ เอมิ ไอ นะ  ส่วนนี่ก็ยูมิ” เธอผายมือไปที่เด็กสาวผมสั้นสีดำ “และนั่นก็...”

            “ไม่มีความจำเป็นต้องแนะนำตัวกับคนน่าสงสัยหรอกนะคะ” เด็กสาวผมน้ำตาลแดงยาว หรือ คากามิ พูดเรียบๆ ก่อนทำท่าจะเดินจากไป...

            “จะไปไหนคะ คุณคากามิ ห้องเช่าของคุณน่ะ...” ยูมิหันไปรั้ง หัวคิ้วผมขมวดมุ่น เอ่ยทวนคำนั้นด้วยความสงสัยกว่าเดิม

            “ห้องเช่า…?”

            “แหะๆ พอดีเกิดเรื่องนี้หน่อย ตอนนี้พวกเราก็เลยประสบปัญหาทางการเงินอย่างมากเลยนะ ห้องเช่าของคากามิก็เพิ่งถูกยึดไปด้วย” ไอจังหัวเราะๆแห้งๆกลบเกลื่อน แต่สีหน้ากังวลของเธอก็แสดงให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

            และก่อนที่คากามิจะเอ่ยตอบอะไร อยู่ๆร่างผอมแห้งของยูมิก็ล้มลงไปต่อหน้าทุกคน  ไอถลาลงไปหาเป็นคนแรกพลางตะโกนเรียกชื่ออย่างร้อนรน

            “ยูมิ  ยูมิ เป็นอะไรไปน่ะ ยูมิ”

            คากามิมีสีหน้าตกใจ  แต่ก็เพียงแค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น  ผมทรุดตัวนั่งพลางพลิกร่างนั้นขึ้นมา เอื้อมมือไปวัดอุณหภูมิใบหน้าที่ซีดเซียวนั้น  ไม่มีไข้  อุณหภูมิปกติ  ผมวิเคราะห์ในใจ

            “นี่ๆ คาซึกิคุง ยูมิ  ยูมิเขาเป็นอะไรไปหรอ” ไอจังเขย่าแขนผมจนหัวโคลง  ผมลอบมองใบหน้าร้อนรนไร้เดียงสาที่เรียกชื่อต้นผมอย่างคล่องปากโดยไม่ตะขิดตะขวงใจง่ายๆนั้นเล็กน้อย  ก่อนจะเอ่ยตอบ

            “ไม่มีไข้ครับ ถ้าให้ผมเดาล่ะก็  คงจะเป็น...”

            “หิวข้าวจัง...” เสียงแหบแห้งดังลอดออกจากปากร่างซีดเซียวของยูมิ  ผมกับไอสบตากัน แล้วเราก็ยิ้มขำออกมา  คากามิเพียงปรายตามอง ก่อนจะสะบัดหน้าหนี  แต่ผมเห็นท่าทางถอนใจโล่งอกที่เธอพยายามซ่อนมันไว้อยู่นะ

            “ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่  ถ้าไม่รังเกียจ...พาไปพักที่บ้านผมไหมครับ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก”

ผมสาบานได้ว่า ผมแค่อยากจะช่วยจริงๆนะครับ ไม่ได้มีจิตอกุศลแม้แต่น้อย…

            ผมแบกร่างที่ผอมแห้งจนแทบจะมีแต่หนังหุ้มกระดูกของยูมิขึ้นหลังและออกเดินโดยมีไอที่สาวเท้าตามเร็วๆเพราะช่วงขาที่สั้นกว่าผม และ คากามิที่เดินตามหลังมาไกลๆอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก โอเค...ผมยอมรับก็ได้ว่า การมีสาวๆน่ารักๆรายล้อมก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย...

            เราใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงสถานที่ที่เรียกว่า บ้านของผม  บ้านเดี่ยวสีครีมสองชั้น สไตล์โมเดิร์น มีสวนหย่อมเล็กๆอยู่หน้าบ้าน   ผมเดินนำไอที่เงยหน้ามองอย่างอึ้งๆ เข้าประตูบ้าน ก่อนจะพยักหน้าเชิญเด็กสาวทั้งสองเข้ามาในตัวบ้าน

            “ขอรบกวนหน่อยนะคะ” ไอเอ่ยเกรงๆ  ในขณะที่คากามิพึมพำในลำคอ

            ผมวางร่างของยูมิลงบนโซฟาสีดำตัวยาวในห้องนั่งเล่น มีไอมาช่วยจัดท่ายูมิให้นอนในท่าที่ดูสบายขึ้น  ยูมิยังไม่ฟื้น แต่ลมหายใจที่สม่ำเสมอนั้นบอกผมให้รู้ว่า เธอเพียงแค่หลับไปเฉยๆ

            “ไหนๆก็ต้องทำอาหารให้ยูมิทานแล้ว  ทั้งสองคนเองก็คงจะหิวเหมือนกันสินะครับ ให้ผมมีโอกาสได้แสดงฝีมือทำอาหารที่ผมเชี่ยวชาญหน่อยนะครับ” ผมพูดยิ้มๆ ขยิบตาให้เด็กสาวทั้งสองที่นั่งอยู่อีกฟากของโซฟา  ไอพยักหน้ายิ้มๆ ในขณะที่คากามิทำหน้าเหยเกแสดงถึงความรังเกียจผม ก่อนจะค้านขึ้น

            “ไม่จำเป็นค่ะ บอกตรงๆเลยว่า คุณน่ะ ไม่น่าไว้ใจสักนิด”

            “ถ้างั้น...ทำยังไงคุณถึงจะไว้ใจผมล่ะ” ผมแสร้งเลิกคิ้วฉงน  ท่าทางหยิ่งๆนั่น แกล้งสนุกดีจังน้า

            “ไม่จำเป็นค่ะ เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้” เธอสะบัดหน้าไปอีกทาง

            “เอ่อ คาซึกิคุง  ให้ฉันไปช่วยทำอาหารด้วยดีไหม” ไอเสนอตัวขึ้น  แต่ผมส่ายนิ้วไปมา

            “นั่งพักให้สบายเถอะ สาวน้อย  อาหารมื้อนี้จะเป็นมื้อที่คุณไม่มีทางลืมได้ลงเชียวล่ะ”  ไม่รอให้ไอตอบ หรือ คากามิหันไปทำหน้าอยากอาเจียนอีกทาง  ผมรีบปลีกตัวไปที่ห้องครัวทันที...

            ในมุมอับสายตาจากเด็กสาวทั้งสาม  ผมลอบมองใบหน้าของแต่ละคน ทั้งยูมิที่ยังหลับสนิท  ไอที่หันซ้ายหันขวาสำรวจข้าวของในบ้านผมอย่างตื่นเต้น หรือคากามิที่นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างเสียไม่ได้อยู่ตรงนั้น

            อ่า...นี่มันน่าสนใจกว่าที่ผมคิดเสียอีกนะ...

            ผมขยับยิ้มตามแบบฉบับ ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังตู้เย็นและเริ่มหยิบวัตถุดิบออกมา...



            ควันจากหม้อซุปที่ต้มไว้ส่งกลิ่นหอม ผมหยุดฮัมเพลง ก่อนจะตักซุปใส่ช้อนชิม รสชาติกำลังดีเลยล่ะ ขณะที่กำลังจะหยิบชามใบใหญ่มาใส่ซุป เสียงระโหยโรยแรงก็ดังขึ้นด้านหลังผม

        “อา...อา...หาร...” เป็นยูมินั่นเอง  ร่างผอมแห้งเกาะขอบประตูพยุงร่างไว้ เธอเอ่ยพูด สูดจมูกฟุดฟิด  มีไอกับคากามิ ยืนอยู่ด้านหลัง

            “อ้อ เสร็จทุกอย่างแล้วล่ะครับ เหลือแค่ตักซุปนี่แหละ” ผมยิ้มตอบ ผายไปมือไปทางห้องอาหารที่อยู่ถัดจากห้องครัวไป “ขอเชิญทุกคนที่ห้องอาหารเลยครับ”

        เมื่อทุกคนพร้อมเพรียงบนโต๊ะ เอ่ยคำว่า “ทานแล้วนะคะ/ครับ” ยูมิก็เริ่มจัดการ...เอ่อ...ถ้าจะให้พูดอย่างสุภาพก็คือ รับประทานด้วยความไวแสงและเป็นจำนวนมาก  ประมาณว่า สวาปามนั่นแหละ  ไอตักซุปเข้าปาก สีหน้าดูมีความสุข เธอหันมาขอบคุณผมและเอ่ยชมฝีมือทำอาหารของผม ก่อนจะเริ่มหันไปตักอย่างอื่นทาน เหลือก็แต่...

            “เอ่อ คากามิจัง ไม่ทานหรอครับ” ผมมองคากามิที่นั่งกอดอกนิ่งหน้าบึ้งตึง

            “ไม่หิวค่ะ” ไม่ทันจะขาดคำเสียงท้องร้องของเธอก็ดังประท้วงขึ้น ผมหลุดยิ้มขำ ตักซุปเข้าปากตัวเองแล้วเอ่ยขึ้น

            “ไม่ได้ใส่ยาอะไรไว้หรอกครับ รับประกันด้วยความหล่อของผมเลย”

            “งั้นก็เชื่อถือไม่ได้สินะคะ” เธอทำหน้าเหนื่อยหน่าย

            “คากามิจัง นี่มันอร่อยมากเลยนะ” ไอผู้ใจดี ตักหมูทอดชิ้นโตใส่จานคากามิ  หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนจะตักเข้าปาก

            “เป็นอย่างไรบ้างครับ”

            “ก็งั้นๆค่ะ”  เธอตอบแต่กลับเริ่มหันไปตักอย่างอื่นมาทาน

            “ขอเติมข้าวค่ะ” เป็นเสียงยูมิที่พูดขึ้น...

    หลังจัดการกับพุดดิ้งเป็นของหวานจนอิ่มกันดี  ทุกคนย้ายกลับมาที่ห้องนั่งเล่น ยูมิก็เริ่มบทสนทนาขึ้น

      “ฉันไม่ได้ทานอะไรเต็มอิ่มมาตั้งนานแล้ว ขอบคุณจริงๆนะคะ คุณอาโอกิ”

     “ท่าทางจะลำบากมากเลยสินะครับ ถ้าไม่รังเกียจ พอจะเล่าปัญหาของพวกคุณให้ผมฟังได้ไหมครับ”

   ยูมิเล่าเรื่องที่เธอประสบปัญหาขาดแคลนเงิน และต้องนอนริมถนนในบางวัน ขณะที่คากามิเพิ่งถูกไล่ออกจากห้องเช่า  ไอเองก็ไม่ได้มีบ้านหรือฐานะที่ใหญ่โตพอจะช่วยเหลือใครได้

     “เพราะฉะนั้น ตอนนี้พวกเราก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันค่ะว่า จะทำยังไง”

     “เอ่อ คือว่า จะมาพักที่บ้านนี้สักพักก็ได้นะครับ”

     เสียงอุทานดังขึ้นมาจากยูมิและไอ ในขณะที่คากามิที่ตอนแรกนั่งกอดอกนิ่ง ถึงกับหันมามอง เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น ผมจึงรีบอธิบายเพิ่มเติม 

   “ถ้าจะให้พูดตรงๆก็คือ จริงๆแล้วผมไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านนี้หรอครับ ที่นี่เป็น...เอ่อ เหมือนกันสถานที่พักผ่อนที่ผมจะมาอยู่เป็นครั้งคราว เพราะฉะนั้น ถ้ายังหาที่อยู่ไม่ได้จะมาพักที่นี่ก็ไม่เป็นไรหรอกนะครับ”

  “เอ๋ คาซึกิคุงเป็นลูกคุณหนูหรอ” ไอโพล่งถามขึ้น

  “เอ...เอ่อ...ก็...ประมาณนั้นล่ะมั้งครับ”

  “แต่ว่า...มันจะเป็นการรบกวนมากเกินไปนะคะ” ยูมิมีท่าทีลังเล

  “ไม่รบกวนอะไรหรอกครับ  ผมไม่อาจปล่อยให้สาวน้อยทั้งหลายไปเผชิญเรื่องอันตรายข้างนอกได้หรอกนะครับ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน”

  ไอกับยูมิสบตากัน พยักหน้าให้หันเล็กน้อย

  “ถ้าอย่างนั้น ขอรบกวนด้วยนะ...”

  “ไม่ได้นะ” คากามิสวนขึ้น ชี้นิ้วมาที่หน้าผม “คนๆนี้ดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจชัดๆ!!!”

  เห...เดี๋ยวสิ  ตรงไหนของผมที่ดูไม่น่าไว้ใจกัน...

  “แต่มันก็ดีกว่าไปร่อนเร่ตอนกลางคืนนะคะ คุณคากามิ” ยูมิรีบแย้งกลับไป คากามิหน้าบูดลงกว่าเดิม แต่ดูเธอจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ จึงจำใจพยักหน้าตอบ

  “เอ่อแล้วก็... คือว่า คุณอาโอกิ...” ผมเลิกคิ้วให้กับอาการอึกอักของยูมิ

  “จริงๆแล้วพวกเรามีเพื่อนอีกคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาต้องทำงานพิเศษ ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไปให้เขามาพักด้วยได้ไหมคะ”

  “เห ได้สิครับ” ผมยิ้มหวานตอบยูมิ มีสาวๆน่ารักเพิ่มมาอีกคนก็ไม่เลวไม่ใช่หรอ...

  หลังจากที่ไอส่งเมลล์ไปบอกสาวน้อยที่ชื่อว่า โนริ พวกเราก็คุยสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อย... ไม่นานนักเสียงกริ่งก็ดังขึ้น โนริจังที่พูดถึงคงจะมาแล้ว ผมอาสาเป็นคนไปเปิดประตูให้  แน่นอนการทำความรู้จักสาวๆให้น่าประทับใจที่สุดก็ต้องอยู่ในลักษณะสองต่อสองน่ะสิครับ

  “ครับ?  ยินดีต้อนรับนะครั...”

  คนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าผม เป็นชายหนุ่มผิวคล้ำที่ตัวสูงประมาณ 185 เซนติเมตร ร่างกายค่อนข้างกำยำ ในเสื้อวอร์มสีเขียวเข้ม กลิ่นเหงื่อแบบผู้ชายใช้กำลังโชยออกมาจากตัวเขา ร่างสูงมองตอบผมด้วยสายตาว่างเปล่า ยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไร  เสียงของไอก็ดังขึ้นข้างหลังผม

“โนริคุง”

“คุง...อย่างนั้นหรือครับ” ผมหันกลับไปหาไอ  หน้าตาเหรอหราอย่างเห็นได้ชัด “ผมนึกว่าผู้หญิงซะอีกนะครับ...”

“ผู้หญิงหรอ  พวกเราไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ คาซึกิคุง” ไอทำหน้างงๆ เอียงคอตอบผม อ่า น่ารักจังเลย ทันใดนั้นผมก็รู้สึกถึงรังสีบางอย่างออกมาจากโนริคุง ที่ทุกคนพูดกัน สัญชาตญาณลูกผู้ชายบอกผมทันทีว่า มีอะไรที่มันน่าสนุกแน่ๆ

“เอ...อาจจะเพราะว่า ผมเห็นว่าพวกคุณเป็นกลุ่มของสาวน้อยน่ารัก เลยเข้าใจว่า เพื่อนอีกคนก็น่าจะเป็นสาวน้อยน่ารักเหมือนกันน่ะครับ” ผมจงใจเน้นประโยคหลัง ขยับยิ้มแพรวพราวแบบที่ผมชอบทำ แล้วส่งสายตากวนๆกลับไปให้ชายผิวคล้ำนั้น

“ถ้าอย่างนั้น อาโอกิซังพอจะอนุญาตให้โนริมาพักที่นี่ได้รึเปล่าล่ะคะ” เป็นเสียงของยูมินั่นเอง เธอคงเห็นว่า พวกเรามารับโนริคุงที่ว่า นานเกินไป จึงเดินออกมาดู พร้อมกับคากามิที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่อย่างไว้เชิง

“เอ...ยังไงดีนะครับ” ผมแสร้งเลิกคิ้วลังเล จริงๆผมก็ไม่ค่อยโอเคกับการที่ต้องทำความรู้จักกับผู้ชายสักเท่าไหรหรอกนะ  โดยเฉพาะพวกผู้ชายขี้หลีน่ะสิ ทำไมน่ะหรอ   ก็คนพวกนั้นจะมาแย่งผมจีบสาวๆที่น่ารักน่ะสิ  บอกตรงๆว่า ผมไม่ชอบเอาเสียเลย  แต่ว่า...หมอนี่ดูท่าจะไม่ใช่ผู้ชายในกลุ่มที่ว่ามานะ

ผมมองเห็นสายตาห่วงใย รักใคร่ และค่อนไปทางหึงหวงที่หมอนั่นส่งไปให้ไอแต่เพียงผู้เดียว  และสายตาที่หมอนั่นมองมาทางผมอย่างไม่พอใจที่ผมทำท่าทางสนิทสนมกับไอ ยิ่งทำให้ผมอยากจะแกล้งมากขึ้นไปอีก

“จะตกลงก็ได้นะครับ...ถ้าไอจังจะยอมไปเดทกับผมสักหนึ่งวัน” ผมช้อนมือของไอขึ้นมา โน้มตัวลงเพื่อที่จะประทับรอยจูบที่หลังมือเล็กๆนั่น แต่ยังไม่ทันที่จะได้สัมผัส  มือของผมก็ถูกโนริปัดออก  ผมเซไปด้านข้างเล็กน้อย แต่ก็รีบใช้มือค้ำกำแพงพยุงร่างไว้  และแรงกระแทกนั้น ทำให้บางสิ่งบางอย่างหล่นออกมาจากกระเป๋ากางเกงของผม

ไอโฟน 5S สีขาวของผมตกกระแทกพื้น โชคดีที่มันสวมเคสสีม่วงไว้ จึงไม่เสียหายหรือมีรอยบุบอะไร แต่เสียงร้องโวยวายที่ดังจากมือถือนั่น ทำให้ทุกคนหันไปมองทันที

“ก...เกิดอะไรขึ้น...!!!”  

 

 

Chapter 01 No. 05 :: Aoki Kazuki -  part 1

 

****************************************

 

เดี๋ยวเราไปต่อพาร์ท 2 กันนะ ;P

edit @ 16 Feb 2014 01:39:18 by ~SeeFaH~

Comment

Comment:

Tweet